วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวเรศ อารีกิจ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว และนางรุ่งรัตนา ฉ่ำสิงห์ รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม กำแพงแสน และนายธันยพงศ์ ใจคำ ประธานเครือข่ายข้าวโภชนาการสูงเชียงรายและเจ้าของงานศิลปะบนผืนนา “นาแมว” แห่งเกี้ยวตะวัน ธัญฟาร์ม จังหวัดเชียงราย เข้าพบ นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะผู้บริหารจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อชี้แจงและหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการ “ข้าวเกษตรฟื้นฟูไร้การเผา เพื่ออากาศสะอาดและตลาดมูลค่าสูง (ข้าวคลีนแอร์)” ซึ่งกำลังขับเคลื่อนในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จากภาคการเกษตร
ในการประชุมครั้งนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนโครงการในระดับพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดและเป้าหมายของโครงการข้าวคลีนแอร์ ที่มุ่งส่งเสริมการผลิตข้าวด้วยแนวทางเกษตรฟื้นฟู ลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรในพื้นที่นา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและมลพิษทางอากาศในภาคเหนือ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และความยั่งยืน
คณะทำงานจากศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าวได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกข้าวคลีนแอร์ การจัดการเศษฟางและตอซังโดยไม่ใช้การเผา การเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับและการเชื่อมโยงสู่ตลาดมูลค่าสูง เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและเป็นธรรมแก่เกษตรกร
นอกจากนี้ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคณะผู้บริหารจังหวัดแม่ฮ่องสอนในการบูรณาการความร่วมมือด้านวิชาการ งานวิจัย และการส่งเสริมการเกษตร เพื่อขยายผลโครงการสู่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การลดปัญหาการเผาในภาคการเกษตร การฟื้นฟูทรัพยากรดินและระบบนิเวศ ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับข้าวไทยในฐานะผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ตลาดคุณภาพในอนาคต
ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน คณะผู้บริหารโครงการได้เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงเพาะปลูก “ข้าวสรรพสี” บริเวณสะพานไม้ไผ่โขกู้โส่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โครงการข้าวคลีนแอร์ได้ร่วมมือกับเกษตรกรในชุมชนพัฒนาการเพาะปลูกข้าวให้เป็นมากกว่าพื้นที่เกษตรกรรม โดยออกแบบลวดลายจากสีสันของพันธุ์ข้าวสรรพสี ให้เกิดเป็น “งานศิลปะบนผืนนา” อันโดดเด่นและสวยงาม จนได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอปาย
การพัฒนาแปลงข้าวสรรพสีดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการเชื่อมโยงการเกษตร การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตข้าว สร้างรายได้เสริมแก่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนเป็นต้นแบบของการใช้ทรัพยากรการเกษตรเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และเครือข่ายเกษตรกร เพื่อร่วมกันสร้างอากาศสะอาด ลดปัญหาหมอกควัน ยกระดับคุณค่าของข้าวไทย และสร้างต้นแบบการพัฒนาที่ผสานนวัตกรรมการเกษตรกับการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดที่ให้ความสำคัญกับการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป




















