12 ชั่วโมง 35 นาที
คือเวลาที่ทีมงานศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางจากมหาวิทยาลัยฯ สู่ บ้านแพมบก ตำบลทุ่งยาว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ระยะทางอาจไกล…แต่ถ้าปลายทางคือ โอกาสของชุมชน ระยะทางนั้นไม่ใช่อุปสรรค
การเดินทางครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ
🌱 โครงการข้าวเกษตรฟื้นฟูไร้การเผาเพื่ออากาศสะอาดและตลาดมูลค่าสูง (ข้าวคลีนแอร์) ที่ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)❤️❤️
เราเดินทางมาพร้อมกับ “ข้าวสรรพสี” 🌾🌈 เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปปลูก สร้างสีสันให้กับผืนดิน สร้างจุดเด่นให้กับพื้นที่ และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวของชุมชน
แต่ “ข้าวคลีนแอร์” ไม่ได้มองเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นในผืนนา
เรายังมองไปถึง ฟางข้าวและซังข้าวโพด ที่เหลือหลังการเก็บเกี่ยว
วัสดุเหล่านี้ หากถูกเผา อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาฝุ่นควัน แต่หากนำมาจัดการอย่างเหมาะสม ก็สามารถเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบสำหรับ การผลิตเห็ด และต่อยอดไปสู่การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าได้
🍄 จากของเหลือทิ้ง → สู่เห็ด
🍄 จากเห็ด → สู่ผลิตภัณฑ์
🌱 จากองค์ความรู้ → สู่ทักษะอาชีพ
💚 จากการไม่เผา → สู่สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
ภารกิจครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจาก อาจารย์สุวิทย์ คำกองแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเห็ด พร้อมด้วย นางรุ่งรัตนา ฉ่ำสิงห์ และ นายธเนตร ศรีสุข นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม กำแพงแสน และนายสุมน ห้อยมาลา นักวิชาการเกษตรประจำศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ตั้งแต่การผลิตจนถึงการแปรรูป
เพราะ “ข้าวคลีนแอร์” ไม่ได้หมายถึงเพียง ข้าวที่ไม่เผา แต่คือแนวคิดในการสร้างระบบการเกษตรที่
ลดการเผา → ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า → เพิ่มมูลค่า → สร้างรายได้ → สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
792 กิโลเมตร จึงไม่ใช่แค่ระยะทาง
แต่มันคือระยะทางที่พาองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัย
ไปถึงมือของเกษตรกร
และเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่ในชุมชน
ให้กลายเป็น โอกาสใหม่ของชุมชน
🌾 ข้าวคลีนแอร์ — ข้าวเกษตรฟื้นฟูไร้การเผา เพื่ออากาศสะอาดและตลาดมูลค่าสูง
#ข้าวคลีนแอร์
#โครงการข้าวเกษตรฟื้นฟูไร้การเผา
#สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#วช.
#ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว
#สำนักส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน
#มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
#ข้าวสรรพสี
#บ้านแพมบก
#ปายแม่ฮ่องสอน
#ลดการเผา
#เปลี่ยนของเหลือทิ้งเป็นมูลค่า
#สร้างอาชีพสร้างความยั่งยืน






























