วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เวลา 12.30 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิด การประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 6, การประชุมเวทีข้าวไทย พ.ศ. 2568, งาน Thailand Rice Fest 2025 และ งาน Thailand Coffee Fest Year End 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี การประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติ ครั้งที่ 6 การประชุมวิชาการข้าวแห่งชาติเป็นเวทีนำเสนอผลงานวิจัยและองค์ความรู้ด้านข้าวจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยและวางทิศทางงานวิจัยข้าวระดับประเทศ สำหรับปี พ.ศ. 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–6 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว เป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับเครือข่ายศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยข้าวของประเทศไทย (Hub of Rice) • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์• มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์• สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ• กรมการข้าว• สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ• สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)• ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร• สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ร่วมกับเครือข่ายศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยข้าวของประเทศไทย (Hub of Rice) ภายใต้หัวข้อ “ข้าวเปลี่ยนวิถี อาหารเปลี่ยนโลก ” มีผู้เข้าร่วมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ผู้เชี่ยวชาญ นักวิย นักศึกษา และประชาชน ร่วมงานกว่า 400 คน ภายในงานมีกิจกรรมทางวิชาการอย่างหลากหลาย ทั้งการบรรยายพิเศษ การนำเสนอผลงานวิจัยแบบ ภาคบรรยายและภาคโปสเตอร์รวม 138 เรื่อง (ภาคบรรยาย 68 เรื่อง ภาคโปสเตอร์ 70 เรื่อง) ครอบคลุม 10 หมวดงานวิจัยสำคัญ ได้แก่ พันธุกรรมและการปรับปรุงพันธุ์ข้าว, การปรับตัวภาคเกษตร, เทคโนโลยีการผลิตข้าว, เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว, สุขภาพหนึ่งเดียวด้านข้าวไทย, นวัตกรรมการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าข้าว, งานวิจัยด้านชุมชน–เศรษฐกิจ–สิ่งแวดล้อม และการอารักขาข้าวแบบบูรณาการ พร้อมกันนี้ยังมีนิทรรศการผลงานวิจัยและกิจกรรมสื่อสารความรู้สู่สาธารณชนจากนักวิชาการทั่วประเทศ และกิจกรรมอื่น ๆ การประชุมเวทีข้าวไทย วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2568 มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมเวทีข้าวไทย ภายใต้หัวข้อ “อนาคตข้าวไทย: การปรับตัวให้ทันกับบริบทโลกที่เปลี่ยนไป” เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นจากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมข้าวในทุกภาคส่วน งาน Thailand Rice Fest 2025 และ Thailand Coffee Fest Year End 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–7 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยบริษัท คลาวด์ แอนด์ กราวด์ จำกัด ร่วมกับ • สมาคมกาแฟพิเศษไทย • กรมการข้าว • มูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ • กระทรวงวัฒนธรรม • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือกว่า 20 องค์กร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม อาหาร วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์จากอุตสาหกรรมข้าวและกาแฟของไทย การจัดงานทั้งหมดในครั้งนี้มุ่งเน้นตอกย้ำความสำคัญของ “ข้าว” ในฐานะพืชเศรษฐกิจหลักของชาติ ที่มีบทบาทต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านอาหารของประเทศไทย รวมทั้งเป็นส่วนสำคัญของระบบอาหารโลก งานวิจัยและเทคโนโลยีที่ถูกถ่ายทอดบนเวทีนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย และสร้างความพร้อมต่อการเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในอนาคต 52
(24 ตุลาคม 2568) ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์สไตลิช คอนเวนชั่น จังหวัดนนทบุรี – ศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยข้าวของประเทศไทย (Hub of Rice) ร่วมกับ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ผักของประเทศไทย (Veg-SeedHub) ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการประชุมวิชาการนานาชาติ “Joint International Conference on Sustainable Rice Cultivation and Vegetable Science and Innovation” เป็นครั้งแรกที่ศาสตร์ด้านข้าวและผักถูกนำมาบูรณาการบนเวทีเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมการเกษตรอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ การจัดการเชื้อพันธุกรรม เทคโนโลยีการผลิต การเพิ่มมูลค่าผลผลิต จนถึงการเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมอาหารและความมั่นคงทางโภชนาการ โดยมีองค์กรสำคัญระดับประเทศร่วมจัดกิจกรรมนี้ อาทิ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นต้น ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร นายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิทยาศาสตร์การเกษตรผ่านการบูรณาการและความร่วมมือ ซึ่งข้าวและผักเป็นรากฐานสำคัญของระบบอาหาร และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของทั้งสองกลุ่มพืชนี้ คือหัวใจของความมั่นคงทางโภชนาการและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการจัดงานครั้งนี้ของ Hub of Rice และ Veg-SeedHub ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรม ตลอดจนเชื่อมโยงนักวิชาการ ภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสร้างพันธมิตรและขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อความมั่นคงทางอาหารในอนาคต ด้าน ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. กล่าวว่า สวทช. เป็นหนึ่งในภาคีเครือข่าย ทั้งศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยข้าวของประเทศไทย (Hub of Rice) ที่เน้นการสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่องานวิจัยและนวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวสู่การใช้ประโยชน์ และภาคีเครือข่ายของศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ผักของประเทศไทย (Veg-SeedHub) หรือ Hub of Talents for Thai Vegetable Seeds ที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญ ด้านผักเศรษฐกิจและผักพื้นบ้านของไทย ซึ่งมุ่งผลักดันงานวิจัยด้านพืชผักตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ สู่ความเป็นผู้นำในอาเซียนและระดับโลก โดยในงานประชุมวิชาการนานาชาติ “ข้าว-ผัก” ในครั้งนี้ สวทช. โดยไบโอเทค ได้ให้ความร่วมมือในการดำเนินจัดงาน และนำเสนอผลงานทั้งในรูปแบบนิทรรศการ ผลงานการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกต่าง ๆ โดยทีมวิจัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการเกษตรแบบแม่นยำ (APBT) รวมถึงผลงานวิจัยและพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การปรับปรุงพันธุ์ การตรวจสอบคุณภาพและความบริสุทธิ์ ไปจนถึงการวินิจฉัยโรคพืช จากศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ (NOC) ตลอดจนนักวิจัยไบโอเทคร่วมเป็นวิทยากรบรรยายภายในงานด้วย การประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คน จาก 8 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ ผู้กำหนดนโยบาย ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ IRRI (International Rice Research Institute), WorldVeg (World Vegetable Center), Crop Trust, FAO (Food and Agriculture Organization of the United Nations) และ GIZ (German Agency for International Cooperation) รวมถึงภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยกว่า 100 เรื่อง และมีปาฐกถาพิเศษจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโลกด้านความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรยั่งยืน ที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกรวน ปัญหาน้ำ และศัตรูพืชที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิอากาศ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน Photo gallery & Abstract Book ที่เว็บไซต์งานประชุม https://riceveg.thailandricehub.org #RiceVegConference#ความมั่นคงทางอาหารโลก#เกษตรยั่งยืน#วิทยาศาสตร์ข้าวผัก#HubofRiceVegSeedHub 52
วันที่ 24 ตุลาคม 2568 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute: IRRI) ประเทศฟิลิปปินส์ โดย Dr.Yvonne Pinto ตำแหน่ง Director General ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการด้านข้าว ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี และได้รับเกียรติจาก ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ศาสตราจารย์ ดร.ครศร ศรีกุลนาถ ศาสตราจารย์ ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ศาสตราจารย์ ดร.อรอนงค์ นัยวิกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธานินทร์ คงศิลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุกัญญา รัตนทับทิมทอง รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวเรศ อารีกิจ Dr.Bjoern Ole San และคณะนักวิจัยจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสนี้ด้วย พิธีลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนา การวิจัย และการเผยแพร่นวัตกรรมเทคโนโลยีข้าวที่ให้ผลผลิตสูง (High-Yielding Rice Technologies) สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart Rice Technologies) และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง (Healthier Rice Technologies) ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาข้าวไทยให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ความร่วมมือนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ IRRI เพื่อยกระดับศักยภาพการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านข้าวอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารของภูมิภาค และการปรับตัวของภาคการเกษตรต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง 52
Thailand’s Hub of Knowledge for Rice Science and Research is dedicated to building strong domestic and global partnerships. Our mission is to translate rice breeding research and innovations into practical applications while serving as a central repository of knowledge.
We connect researchers and experts from 60 agencies and 50 institutes across 21 countries.
Center for national and international rice research and breeding.
Transfer research outcomes to production and industrial sectors.
Enhance production potential, processing, and technology transfer.
is proudly powered by WordPress